เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

นอนกรนนั้น ใครๆ หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสัญญาณที่บอกว่าเรานอนหลับได้สนิทหรือหลับได้ลึก แต่แท้จริงแล้วเป็นการเข้าใจที่ผิดอย่างมาก การกรนนั้น ทางการแพทย์ระบุว่าถือเป็นภาวะที่ผิดปกติอย่างหนึ่งของการนอน เนื่องจากเป็นอาการที่บ่งบอกว่าช่องทางเดินหายใจส่วนต้นของเรามีการตีบแคบกว่าปกติ ทำให้เมื่อหายใจเอาอากาศเข้าไป ลมที่ผ่านช่องที่ตีบแคบนี้จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกิดการสั่นสะเทือน และกระพือทำให้เกิดเป็นเสียงกรนขึ้นมา

 

ประเภทของอาการนอนกรน

การนอนกรนอาจสร้างปัญหาต่อการดำเนินชีวิต และอาจสร้างปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพได้อีกมากมาย ซึ่งทางการแพทย์ได้แบ่งอาการนอนกรนออกเป็น 2 ประเภทดังนี้

  1. นอนกรนประเภทไม่อันตราย
    คือเป็นการกรนที่ทำให้เกิดเสียงดังรบกวน จัดเป็นชนิดไม่อันตรายและไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพแต่อย่างใด เพียงแต่ก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้ที่ร่วมห้องหรือผู้ที่อยู่ใกล้เท่านั้น กลุ่มนี้มักมีการอุดกั้นทางเดินหายใจเพียงเล็กน้อย
  2. นอนกรนประเภทอันตราย
    อาการนอนกรนประเภทนี้เกิดจากการที่ช่องทางเดินหายใจแคบมากเวลานอน เมื่อเราหลับสนิทก็จะเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจอย่างสมบูรณ์ เกิดเป็นภาวะที่เรียกว่า “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น” หรือ Obstructive Sleep Apnea (OSA) การนอนกรนชนิดอันตรายนี้ ผู้ป่วยจะมีเสียงกรนที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเริ่มกรนดังขี้นเรื่อยๆ และจะมีช่วงที่เสียงกรนหยุดไปชั่วระยะหนึ่งซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการหยุดหายใจ จากนั้นก็กลับมากรนต่อ เกิดเป็นวงจรอย่างนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งคืน

มารู้จัก Sleep Apnea โรคประหลาด นอนหลับแล้วหยุดหายใจ!

 

อันตรายจากการนอนกรนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • ร่างกายอ่อนเพลีย รู้สึกนอนไม่พอ มีอาการง่วงนอนตอนกลางวัน ซึ่งเป็นผลเสียต่อการเรียน การทำงาน อาจทำให้หลับในและเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ หรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างการทำงาน เช่น การควบคุมเครื่องจักรกลได้ เป็นต้น
  • ไม่มีสมาธิในการทำงาน ความสามารถในการจดจำลดลง มักมีอาการหงุดหงิดและอารมณ์เสียง่ายกว่าปกติ
  • มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต ได้มากกว่าคนปกติ และอาจเป็นเหตุให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้
  • สมรรถภาพทางเพศลดลง

 

วิธีการตรวจหาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การตรวจหาและวัดระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ท่านต้องไปพบแพทย์ด้านการนอนหลับโดยเฉพาะ จากนั้นแพทย์จะพิจารณาว่าท่านควรได้รับการ “ตรวจการนอนหลับ” หรือ Sleep Test หรือไม่ การตรวจการนอนหลับนั้นสามารถทำได้ 3 แบบคือ

  1. การตรวจการนอนหลับแบบละเอียดในโรงพยาบาล (Level 1 Polysomnography)
  2. การตรวจการนอนหลับที่บ้านแบบละเอียด (Level 2 Polysomnography)
  3. การตรวจการนอนหลับที่บ้านแบบประหยัด (Level 3 Sleep Test)

อ่านเพิ่มเติม:
ดูรายชื่อโรงพยาบาลที่มีการตรวจนอนหลับ
การตรวจการนอนหลับที่บ้าน (Home Sleep Test)

 

วิธีการรักษาอาการนอนกรนชนิดที่ไม่อันตราย

  1. ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ การที่กล้ามเนื้อช่องคอตีบแคบมักเกิดจากความอ้วน
  2. หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายและกล้ามเนื้อแข็งแรง
  3. พยายามหลีกเลี่ยงการนอนหงาย โดยพยายามนอนในท่าตะแคงข้าง และนอนให้ศีรษะสูงเล็กน้อย
  4. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือยานอนหลับ หรือยาที่มีฤทธิ์กล่อมประสาทก่อนนอน

 

วิธีการรักษาอาการนอนกรนชนิดอันตรายที่มีการหยุดหายใจร่วมด้วย

  1. ใช้เครื่องช่วยหายใจ CPAP ซึ่งเป็นเครื่องอัดแรงดันอากาศผ่านหน้ากากครอบจมูกขณะหลับ เพื่อทำให้ช่องทางเดินหายใจกว้างขึ้น ทำให้หายใจสะดวกขึ้น วิธีนี้ปลอดภัยและได้ผลดีในผู้ป่วยเกือบทุกราย
  2. ใช้ที่ครอบฟัน (Oral Appliance) เครื่องมือนี้ดึงขากรรไกรล่างของเราให้ยืดออกมา ทกให้โคนลิ้นถูกยกขึ้น เพื่อขยายช่องทางเดินหายใจ
  3. รักษาโดยการผ่าตัด เช่น การใช้คลื่นวิทยุจี้ (RF) การผ่าตัดตกแต่งเพดานอ่อน การผ่าตัดโคนลิ้น การผ่าตัดเลื่อนกรามและขากรรไกร เป็นต้น

> เครื่อง CPAP คืออะไร ช่วยแก้ปัญหานอนกรนได้อย่างไร

 

สรุป

อาการนอนกรนนั้นไม่ได้เป็นเพียงการส่งเสียงที่สร้างความรำคาญเท่านั้น แต่อันตรายจากการนอนกรนนั้นอาจรุนแรงถึงขั้นมีการหยุดหายใจ ซึ่งมีผลเสียต่อสุขภาพร่างกายเราเป็นอย่างมาก และอาจนำมาซึ่งการเสียชีวิตได้ หากท่านสังเกตุเห็นคนใกล้ตัวมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการนอนกรน ควรรีบให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาต่อไปครับ